http://www.akesuphan.net
   สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
บริษัท เอกสุพรรณ เอ็นเตอร์ไพรส์ คอร์ปอเร  วิธีผสมปุ๋ยเคมี|คลิ๊กที่นี่!!  แนวโน้มราคาปุ๋ยเคมี 2559  เช็คราคาปุ๋ยเคมี 2559  ราคาปุ๋ยเคมี|อยากรู้ราคา คลิ๊ก!!  ราคาปุ๋ยเคมี|แม่ปุ๋ย,นาข้าว,อ้อย,ยางพารา,วันที่ 31/12/2559  ติดต่อเป็นร้านค้าตัวแทนจำหน่ายปุ๋ยเคมี  ปุ๋ยเคมี,ปุ๋ยนาข้าว,ปุ๋ยยางพารา 2559
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
หมวดหมู่สินค้า
สินค้ามาใหม่
สินค้าขายดี
สินค้าโปรโมชั่น
 เช็คราคาปุ๋ยทุกสูตร|คลิ๊กที่นี่
การใส่ปุ๋ยสำหรับพืชผัก
การใส่ปุ๋ยสำหรับผลไม้
การใส่ปุ๋ยสำหรับพืชไร่
การใส่ปุ๋ยสำหรับพืชสวน
ปุ๋ย-ข้อมูลแนวโน้มราคาปุ๋ยเคมีในประเทศไทย 2555
ราคาปุ๋ยเคมี ปุ๋ย-ข้อมูลแนวโน้มราคาปุ๋ยเคมีในประเทศไทย
Menu
หน้าแรก
สินค้า
บทความ
รวมรูปภาพ
เว็บบอร์ด
ติดต่อเรา
« May 2017»
SMTWTFS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 05/10/2011
ปรับปรุง 21/03/2017
สถิติผู้เข้าชม1,056,824
Page Views1,518,034
สินค้าทั้งหมด 12
 

การใส่ปุ๋ยมันสำปะหลัง

  • มันสำปะหลัง

        มันสำปะหลังจัดเป็นพืชหัวชนิดหนึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Manihot esculenta Crantz มีชื่อสามัญเรียกหลายชื่อตามภาษาต่างๆ ที่ได้ยินกันมากได้แก่ Cassava Yuca, Mandioa, Manioc, Tapioca   มันสำปะหลังมีแหล่งกำเนินแถบที่ลุ่มเขตร้อน (Lowlang tropics) มีหลักฐานแสดงว่าปลูกกันในโคลัมเบียและเวนาซูเอลามานานกว่า 3,000-7,000 ปีมาแล้วสันนิษฐานว่าแหล่งกำเนิน        มันสำปะหลังมี 4 แหล่งด้วยกันคือ

  1. แถบประเทศกัวเตมาลาและแม็กซิโก

  2. ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้

  3. ทางทิศตะวันออกของประเทศโบลิเวียและทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ของ

ประเทศอาร์เจนตินา

  1. ทางทิศตะวันออกของประเทศบราซิล

      พันธุ์มันสำปะหลัง

       พันธุ์ระยอง 5

  • ลักษณะเด่น

  1. ผลผลิตหัวสดสูง 4.42 ตัน/ไร่

  2. ผลผลิตมันแห้งสูง 1.55 ตัน/ไร่ และผลผลิตแป้ง 1.03 ตัน/ไร่

  3. มีความงอกของท่อนพันธุ์ที่ใช้ปลูกดีและต้นพันธุ์อยู่รอดจนถึง เวลาเก็บ

เกี่ยวสูง 93%

  1. มีสเถียรภาพและการปรับตัวเข้ากับสภาพแวลล้อมได้ดี

  • ลักษณะประจำวัน

       ลำต้นสีเขียวอมน้ำตาล สูงประมาณ 170 เซนติเมตร มีระดับการแตกกิ่ง 2-3 ระดับ ระดับความสูงการแตกกิ่งระดับแรก 100-120 เซนติเมตร กิ่งทำมุมกับลำต้น 15-30 องศา แผนรูปร่างเป็นแบบใบหอก ใบแก่สีเขียวเข้ม ยอดอ่อนสีม่วงอมน้ำตาล ก้านใบสีแดงเข้ม หัวรูปร่างอ้วนป้อม เปลือกหัวสีน้ำตาลอ่อน เนื้อในสีขาวฤดูปลูกที่เหมาะสม ต้นฤดูฝน เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ปลายฤดูฝน เดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม

       พื้นที่แนะนำ สามารถปลูกทั้งในภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  • ความต้านทานโรค ต้านทานปานกลางต่อโรคใบจุด

  • ข้อควรระวัง เป็นโรคใบไหม้ได้ง่ายกว่าพันธุ์อื่นๆ ตาอากาศไม่รุนแรงถึงกับให้

ต้นตายการรับรองพันธุ์  กรมวิชาการเกษตรพิจารณาให้เป็นพันธุ์รองรับในปี 2537

       พันธุ์ระยอง 60

  • ลักษณะเด่น

  1. เป็นที่สะสมน้ำหนักหัวสดได้เร็วโดยเมื่อเก็บเกี่ยวที่อายุ 8 เดือนให้ผลผลิตหัว

สด 3.15 ตัน/ไร่

  1. ผลผลิตสูง เมื่อเก็บเกี่ยวอายุ 12 เดือนให้ผลผลิต 4.2 ตัน/ไร่

  2. ผลผลิตมันแห้งเมื่ออายุ 8 เดือน 1.22 ตัน/ไร่ และอายุ 12 เดือน 1.4 ตันต่อไร่

  3. ผลผลิตแป้งเมื่ออายุ 8 เดือน 0.78 ตัน/ไร่ เมื่ออายุ 12 เดือน 0.85 ตัน/ไร่

  • ลักษณะประจำพันธุ์

       ลำต้นสีน้ำตาลอ่อน สูงประมาณ 175 เซนติเมตร มีระดับการแตกกิ่ง 1-3 ระดับระดับความสูงการแตกกิ่งระดับแรก 130-150 เซนติเมตร กิ่งทำมุมกับลำต้น 15-30 องศา แผนรูปร่างเป็นแบบใบหอก ใบแก่สีเขียวเข้มยอดอ่อนสีเขียวอมม่วง ก้านใบสีเขียวปนแดงหัวรูปร่างอ้วนสั้น เปลือหัวสีน้ำตาลอ่อน เนื้อในสีขาวครีม

  • ฤดูปลูกที่เหมาะสม ต้นฤดูฝน เดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน

ปลายฤดูฝน เดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม

  • พื้นที่แนะนำ ให้ผลผลิตดีในภาคตะวันออก

  • ความต้านทานโรค ต้านทานปานกลางต่อโรคใบไหม้

  • ข้อควรระวัง

  1. เมื่อเก็บเกี่ยวในฤดูฝน เมื่อแป้งต่ำกว่า 20 %

  2. เนื้อมีสีครีม บางครั้งทำให้โรงงานตัดราคา

  • การรับรองพันธุ์ กรมวิชาการเกษตรพิจารณาให้พันธุ์รับรองในปี 2530

        พันธุ์ระยอง 7

  • ลักษณะเด่น

       1. ปลูกปลายฤดูฝนได้ดี เนื่องจากงอกเร็วและมีความอยู่รอดสูง

       2. ผลผลิตหัวสดสูงถึง 6.08 ตันต่อไร่

       3. มีปริมาณแป้งสูง 27.7 เปอร์เซ็นต์

        4.เหมาะสำหรับการใช้เครื่องขุดมันสะปะหลังติดท้ายแทรกเตอร์ หรือเครื่องขุดด้วยมือ เนื่องจากไม่มีก้านของหัว และมีจำนวนหัวมาก ออกรอบโคนต้น

  • ลักษณะประจำวัน ลำต้นสีน้ำตาลอ่อนตันตั้งตรง ไม่โค้งอ ไม่แตกกิ่ง

เมื่ออายุ 1 ปี สูง 183 เซนติเมตร มีจำนวนลำต้นที่แตกจากท่านปลูกมากกว่าพืชอื่นๆ ก้านในสีเขียวอ่อน แฉกใบกลางเป็นรูปหอก ใบและยอดอ่อนสีเขียวอ่อน หัสสีครีม เนื้อของหัวสีขาว ไม่มีก้านหัว

  • ฤดูที่เหมาะสม เป็นพันธุ์สำหรับปลูกปลายฤดูฝน

  • พื้นที่แนะนำ ปลูกได้ดีในแหล่งปลูกมันสำปะหลัง

  • ข้อควรระวัง ถ้าปลูกในดินที่มีความสมบูรณ์ต่ำและกระทบภาวะแห้ง

ยาวนาน หลังจากได้รับน้ำฝนอีกครั้ง จะเกิดการแตกตาตามลำต้นมากกว่าในสภาพปกติ ทำให้ได้ปริมาณท่อนพันธุ์ที่จะนำไปปลูกลดลง

  • การรับรองพันธุ์ กรมวิชาการเกษตรพิจารณาให้เป็นพันธุ์รับรอง ในปี

2548

       พันธุ์ระยอง 72

  • ลักษณะเด่น

      1. ผลผลิตหัวสดสูง 5.09 ตัน/ไร่

       2. ผลผลิตแป้งสูง 1.07 ตัน/ไร่

       3. ผลผลิตมันแห้งสูง 1.71 ตัน/ไร่

       4.ปรับตัวได้ดีในสภาพแวลล้อมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยให้ผลผลิตหัวสด 5.55 ตัน/ไร่ ผลผลิตแป้ง 1.23 ตัน/ไร่ และผลผลิตมันแห้ง 1.91 ตัน/ไร่

       5. ท่อนพันธุ์มีความอยู่รอดถึงเก็บเกี่ยวสูงถึง 92%

       6. ทรงต้นดี แตกกิ่งบางเล็กน้อยในระดับที่สูงจากโคนต้น สามารถทำให้ขยายพันธุ์ได้มากขึ้น

  • ลักษณะประจำพันธุ์ลำต้นสีเขียวเงินสูงประมาณ 200 เซนติเมตร มี

ระดับการแตกกิ่ง 0-1 ระดับ ความสูงของการแตกกิ่งระดับแรก 130-140 เซนติเมตร กิ่งทำมุมกับลำต้น 60-75 องศา ใบแก่สีเขียวเข้ม ก้านใบสีแดงเข้ม ความยาวก้านใบ 25-30 เซนติเมตร ยอดอ่อนสีม่วงเปลือกหัวสีขาวนวล เนื้อในสีขาว

  • ฤดูปลูกที่เหมาะสม ต้นฤดูฝน เดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน

ปลายฤดูฝน เดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม

  • พื้นที่แนะนำ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  • ความต้านทานโรค ต้านทายต่อโรคใบจุดและต้านทานปานกลางต่อ

โรคใบไหม้

  • ข้อควรระวัง  เมื่อปลูกมากในภาคตะวันออกไม่ควรเก็บเกี่ยวในฤดู

ฝน เพราะทำให้ มีแป้งต่ำกว่า 20%

  • การรับรองพันธุ์ กรมวิชาการเกษตรพิจารณาให้เป็นพันธุ์รับรอง ในปี 2543

        พันธุ์ยอง 9

  • ลักษณะเด่น

       1. ผลผลิตแป้ง 1.24 ตันต่อไร่ และผลผลิตมันแห้ง 2.11 ตันต่อไร่ 2. ให้ผลผลิตเอทานอลสูงทุกอายุเก็บเกี่ยว เมื่ออายุเก็บเกี่ยว 8 12 และ 18 เดือน ให้เอทานอล 191 208 และ 194 ลิตรต่อตันหัวสดตามลำดับ 3. ทรงต้นดี สูงตรง อัตราการขยายพันธุ์สูงกว่า 1:8

  • ลักษณะประจำ ลำต้นสีน้ำตาลอมเหลือง ไม่ค่อยแตกกิ่ง เมื่ออายุ 1

ปี สูง 235 เซนติเมตร แตกกิ่งน้อยอยู่ในระดับ 0-2 ความสูงที่แตกกิ่ง 160-190 เซนติเมตร มุมของกิ่ง 45-60 องศา ก้านใบสีเขียวอ่อนอมชมพูมีความยาว 25-30 เซนติเมตร แฉกใบกลางเป็นรูปหอกใบและยอดอ่อนสีเขียวอ่อน หัวสีน้ำตาลอ่อนเนื้อของหัวสีขาว

  • พื้นที่แนะนำ  ปลุกได้ดีในทุกแหล่งปลูกมันสำปะหลัง ศักยภาพใน

การให้ผลผลิตขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และการดูแลรักษา

  • ข้อควรระวัง ควรเก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 1 ปี เนื่องจากมีเปอร์เซ็นแป้งสูง

แต่สะสมน้ำหนักช้า เก็บเกี่ยวเร็วจะให้ผลผลิตหัวสดต่ำกว่าพันธุ์มาตรฐานอื่นๆ

  • การรับรองพันธุ์ กรมวิชาการเกษตรพิจารณาให้เป็นพันธุ์รับรอง

ในปี 2549

      

       พันธุ์ระยอง 90

  • ลักษณะเด่น

       1. ผลผลิตหัวสดสูง เมื่อเก็บเกี่ยวอายุ 12 เดือน ให้ผลผลิต 3.81 ตัน/ไร่

       2. มีเปอร์เซ็นแป้งสูง ประมาณ 24%  ในฤดูฝน

       3. ผลผลิตมันแห้งสูง 1.4 ตัน/ไร่ และผลผลติตแป้ง 0.69 ตัน/ไร่

  • ลักษณะประจำพันธุ์ ลำต้นมีลักษณะโค้งสีน้ำตาลอ่อน สูงประมาร

165 เซนติเมตร มีระดับการแตกกิ่ง 0-2 ระดัย ระดับความสูงการแตกกิ่งระดับแรก 120-140 เซนติเมตร กิ่งทำมุมกับลำต้น 75-90 องศา แผนใบเป็นรูปแบบหอก ใบแก่สีเขียวเข้ม ยอดอ่อนและก้านใบสีเขียวอ่อน หัวรูปร่างยาวเรียว เปลือกหัวสีน้ำตาลเข้ม เนื้อสีขาว

  • ฤดูปลูกที่เหมาะสม ต้นฤดูฝน เดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน

  • พื้นที่แนะนำ สามารถปลูกได้ทั้งในภาคตะวันออกและภาคตะ

วันออกเฉียงเหนือ ที่มีดินค่อนข้างดี

  • คงามต้านทานโรค ต้านทานต่อโรคใบไหม้

  • ข้อควรระวัง

       1. ไม่เหมาะสมสำหรับพื้นที่ที่พบการแพร่ของบาดของแมลงหวี่ขาวอยู่เสมอ

       2. ตอบสนองต่อปุ๋ยและความอุดมสมบูรณ์ของดิน จึงให้ผลผลิตสูงในดินที่ดีหรือค่อนข้างดี ควรใส่ปุ๋ยตามคำแนะนำ(สูตร 15-7-18 หรือ 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัม/ไร่) ตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร

       3. ลำต้นมีลักษณะโค้ง ถ้าหากแตกกิ่งจะทำให้ปฏิบัติดูแลรักษาได้ยาก

       4. ต้นพันธุ์สำหรับนำไปใช้ปลูกเสื่อมคุณภาพเร็วในฤดูแห้ง เมื่อตัดต้นพันธุ์แล้วควรรีบปลูก ม่ควรเก็บต้นพันธุ์ไว้นานเกิน 2 สัปดาห์ เพราะความงอกลดลง

  • การรับรองพันธุ์ กรมวิชาการเกษตรพิจารณาให้เป็นพันธุ์รับรอง

ในปี 2534

       พันธุ์เกษตรศาสตร์ 50

  • ลักษณะเด่น งอกดี หัวดก และมีลักษณะเป็นกลุ่ม มีปริมาณแห้งในหัวสูง

  • ลักษณะประจำพันธุ์ ลำต้นโค้งเล็กน้อยสีเขียวเงิน สูง 180-250 ซม.

แตกกิ่งระดับแรกที่ความสูง 80-115 ซม.

  • พื้นที่แนะนำ สามารถปลูกได้ทั่วประเทศ

       พันธุ์เขียวปลดหนี้

      เป็นพันธุ์มันสำปะหลังที่ได้จากการผสมข้าม โดยใช้พันระยอง 5 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงเป็นแม่ และพันธุ์ที่มีเปอร์เซ็นต์แป้งสูง คือ พันธุ์ OMR29-20-118 ให้ผลผลิตแป้งและผลผลิตมันแห้งสูง เป็นที่พอใจของเกษตรกรโรงงานแป้งมัน และลานมันเส้น มีการกระจายพันธุ์จากเกษตรกรสู่เกษตรกรอย่างและเป็นที่รู้จักในชื่อที่เรียกกันทั่วไปว่า “พันธุ์เขียวปลดหนี้” คำว่า “ เขียว” มาจากสีของลำต้นนอกจากนี้ยังมีเอกชนนำต้นพันุ์ไปจำหน่ายให้เกษตรกร โดยใช้ชื่อว่า “ พันธุ์มังกรหยก ด้วย

  • ลักษณะเด่น

       1. มีเปอร์เซ็นแป้งสูง เมื่อเก็บเกี่ยวในฤดูฝน มีเปอร์เซ็นต์แป้ง 25.8 เปอร์เซ็นต์

       2. ปริมาณมันแห้งสูง มีเปอร์เซ็นต์มันแห้ง 42.8 เปอร์เซ็นต์ ให้ผลผลิตมันแห้ง 2.00ตันต่อไร่

       3. ให้ผลผลิตหัวสดเฉลี่ย 4.77 ตันต่อไร่ ไกล้เคียงกับพันธุ์ธุ์ระยอง 5 และเกษตรศาสตร์ 50

  • ลักษณะประจำพันธุ์ ลำต้นสีเขียวเงินความสูงประมาณ 170-220

เซนติเมตร ลำต้นโค้งเล็กน้อย มีน้ำหนักต้นดี มีการแตกกิ่ง ที่ระดับความสูงไกล้ยอด กิ่งทำมุม 60-90 องศา กับลำต้น มีจำนวนที่ใช้ทำพันธุ์ 1-3 ลำต่อต้น ส่วนใหญมี 2 ลำ ก้านใบสีเขียวอมแดง ใบกลางเป็นรูปแบบใบหาก ใบแก่สีเขียวเข้ม ยอดอ่อนสีเขียว ยอดอ่อนสีน้ำตาลอมเขียว เปลือกนอกของหัวสีน้ำตาล เนื้อหัวสีขาว

  • ข้อควรระวัง ควรเก็บเกี่ยวเมื่ออายุประมาณ 1 ปี ถ้าเก็บเกี่ยวเร็วจะให้

ผลผลิตหัวสดต่ำกว่าพันธุ์รับรองอื่นๆ เช่น ระยอง 5 ระยอง 72 ระยอง 90 และเกษตรศาสตร์ 50 เนื่องจากพันธุ์CMR35-22-196 มีเปอร์เซ็นต์แป้งสูง แต่สะสมน้ำหนักช้า

     

        โรคมันสำปะหลัง

  • โรคใบไหม้ (Cassava Bacterial Blight : CBB)

  • โรคใบจุดสีน้ำตาล (Brown Leaf Spot)

  • โรคใบจุดไหม้ (Blight Leaf Spot)

  • โรคใบจุดขาว (White Leaf Spot)

  • โรคที่เกิดจากเชื้อรา Botryodiplodia theo-bromae

  • โรคขี้เถาหรือโรคราแป้ง (Cassava Ash Dis-ease)

  • โรคแอนแทรกโนส (Anthracnose)

  • โรครากหรือหัวเน่า (Root and Tuber Rot Diseases)

       แมลงศัตรูมันสำปะหลัง

  • ไรแดง

  • เพลี้ยแป้งลาย

  • แมลงหวี่ขาว

  • แมลงศัตรูประเภทปากกัด

       การป้องกันกำจัดวัชพืช

  • ไถ 1 ครั้ง ตากดินไว้ 7-10 วัน พรวน 1 ครั้ง แล้วคราดเก็บเศษซาก ราก

เหง้า หัว และไหลของวัชพืชข้ามปี ออกจากแปลง

  • กำจัดวัชพืชไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ตลอดฤดูปลูก คือ

       ครั้งแรก พ่นสารกำจัดวัชพืชทันทีหลังปลูกก่อนวัชพืชงอก หรือใช้จอบ เครื่องกลขนาดเล็กหรือแรงงานสัตว์ เพื่อกำจัดวัชพืชระหว่างแถวปลูก เมื่อมันสำปะหลังอายุ 1-2 เดือน ก่อนใส่ปุ๋ย

       ครั้งที่สอง ใช้จอบดาย หรือพ่นสารกำจัดวัชพืชอีกครั้ง ถ้ามีวัชพืชฤดูเดียวประเภทใบแคบมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่

       การปลูก

      ฤดูปลูก

       - ต้นฤดูฝน เดือนเมษายน-มิถุนายน

       - ปลายฤดูฝน เดือนกันยายน-พฤศจิกายน

       การเตรียมดิน

      - ไถกลบวัชพืชและเศษใบ-ต้น มันสำปะหลังส่วนที่ไม่ได้ใช้ทำพันธุ์

       - พื้นที่ดอนไม่จำเป็นต้องยกร่อง ส่วนพื้นที่ต่ำอาจมีน้ำขังได้บาง จึงควรยกร่องปลูกสำหรับพื้นที่ลาดเอี้ยงควรยกร่องปลูกขวางแนวลาดเอี้ยง

       การเตรียมท่อนพันธุ์

      - ใช้ท่อนพันธุ์จากต้นที่มีอายุ 8-12 เดือน เพราะท่อนพันธุ์จากลำต้นเจริญเติบโต และอยู่รอดดีกว่าท่อนพันธุ์จากกิ่ง

        - ท่อนพันธุ์ใหม่ สด ไม่บอกซ้ำ และไม่มีโรคแมลงทำลาย

        - ตัดท่อนพันธุ์ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร สำหรับปลูกในฤดูฝน หรือ 25 เซนติเมตรสำหรับปลูกในช่วยปลายฤดูฝน และมีจำนวนตาอย่างน้อย 5-10 ตาต่อท่อนพันธุ์

       วิธีปลูก

      - ปลูกแบบปักท่อนพันธุ์ตั้งหรือเอียง โดยในฤดูฝนคสรปักให้ลึก 5-12 ดซนติเมตร ในช่วงปลายฤดูฝนควรปักให้ลึง 10-15 เซนติเมตร

       - ในพื้นที่ต่ำหรือพื้นที่มีความลาดเอียงควรปลุกมันสำปะหลังบนสันร่อง

       ระยะปลุก

      - พื้นที่ลาดใช้พื้นที่ระยะปลูกระหว่างแถว 80-100 เซนติเมตรระหว่างต้น 80-100 เซนติเมตร ซึ่งมีจำนวนต้น 1,600-2,500 ต้นต่อไร่

       - พื้นที่ลาดเอี่ยงใช้ระยะปลูกระหว่างร่อง 80 เซนติเมตร ระหว่างต้น 80 เซนติเมตร เพื่อช่วยลดปัญหาการชะล้างพังทลายของดิน

       การใส่ปุ๋ย 5 นางฟ้าทรงฉัตร

      - แนะนำให้ใช้ป๋ยเคมีที่มีอัตราส่วน N:P:K 2:1:2  ในทางปฏิบัติ แนะนำให้ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ หรืออาจใช้ปุ๋ยเคมีที่มีอัตราส่วนปุ๋ยไกล้เคียง เช่น สูตร 15-7-18 ใส่อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ หรือสูตร 15-5-35 ก็ได้เช่นกัน

       - ใส่เพียงครั้งเดียวเมื่อมันสำปะหลังอายุ 1-2 เดือนในขณะที่ดินมีความชื้นเพียงพอ โดยขุดหลุมใส่ 2 ข้างต้นระยะพุ่มใบและกลบดิน

     

       การบำรุงรักษาสภาพความอุดมสมบูรณ์ของดิน

      การบำรุงรักษาสภาพความอุดมสมบูรณ์ของดินให้คงสภาพเดิมเพื่อให้ได้ผลผลิตสูงได้ยาวนานสามารถทำได้โดยการหว่านเมล็ดพันธุ์สด เช่น ปอเทือง หรือถั่วพุ่ม อัตราประมาณ 5 กิโลกรัมต่อไร่หรือโรยเมล็ดถั่วพร้าอัตราประมาณ 15 กิโลกรัมต่อไร่เป็นแถวห่าง 0.50 – 1.0 เมตร ระยะระหว่างต้น 25-50 เซนติเมตรแล้วไถกลบพืชสดเหล่านี้เมื่ออายุประมาณ 2 เดือน ก่อนปลูกมันสำปะหลัง

        แหล่งปลูกมันสำปะหลังที่เหมาะสมควรมีคุณสมบัติดังนี้

       สภาพพื้นที่

      - ไม่เป็นที่ลุ่มหรือมีน้ำท่วมขัง

       - มีความสูงจากระดับน้ำทะเล

       - ไกล้แหล่งรับซื้อผลผลิต

       ลักษณะดิน

       - ดินร่วน ดินร่วนปนทราย มีการระบายน้ำดี

       - มีความเป็นกรดละด่าง 4.5-8.0

       สภาพภูมิอากาศ

       - เขตร้อนตั้งแต่เขตรุ้งที่ 30 องศาเหนือ ถึง 30 องศาใต้

        - มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,200-1,500 มิลลิตรเมตรต่อปี

        - อุณภูมิเฉลี่ยต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส

       การเก็บเกี่ยว

       มันสำปะหลังเป็นพืชที่ไม่จำกัดอายุเก็บเกี่ยวแต่ควรเก็บเกี่ยวเมื่อมีอายุ 8 เดือนขึ้นไปอายุเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมคือ 12 เดือน หลังจากเก็บเกี่ยวแล้วควรรีบส่งโรงงานโดยเร็ว ไม่ควรทิ้งไว้เกิน 4 วัน เพราะหัวมันจากเน่าเสีย

        ปัจัยที่เกี่ยวข้องกับปริมาณแป้ง

       1. พันธุ์ พันธุ์มันสำปะหลังแต่ละพันธุ์มีเปอร์เซ็นต์แป้งในหัวไม่เท่ากัน พันธุ์ระยอง 90 ทีเปอร์เซ็นต์สูงที่สุด รองลงมาคือพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 ระยอง 5 ระยอง 72 ละระยอง 60 ตำลำลับ

       2.ฤดู ช่วงฤดูแล้ง (พฤศจิกายน-มีนาคม) เดือนพฤศจิกายน ความเชื้อในดินเริ่มลดน้อยลงต้นมันสำปะหลังจะอยู่การเจริญเติบโต ทิ้งใบ น้ำในหัวมีเปอร์เซ็นต์แป้งจึงสูงจนถึงฤดูฝน (เมษายน-ตุลาคม) เดือนเมษายนอากาศร้อนจัดและเริ่มมีฝน มันสะฃำปะหลังใช้พลังงานมากเพื่อการหายใจ และสร้างใบใหม่แป้งที่สะสมไว้ในหัวจึงถูกนำไปใช้ทำให้เปอร์เซ็นต์แป้งลดลงได้

       3.อายุ เมื่อเก็บเกี่ยวในเดือนเดียวกันอายุ 8-12 เดือน จะมีเปอร์เซ็นต์แป้งไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ถ้าต้นมันสำปะหลังมีอายุมากขึ้น 16-18 เดือน หัวจะมีขนาดใหญ่บริเวณตรงการของหัวจะฝ่อหรือมีน้ำมากเปอร์เซ็นต์แป้งในหัวจึงต่ำ

       4. การตัดต้นก่อนเก็บเกี่ยว เมื่อมีการตัดต้นมันสำปะหลังโดยยังไม่มีการเก็ยเกี่ยวมันสำปะหลังจะมีการแตกยอดและใบใหม่ จึงดึงแป้งที่สะสม ไปใช้ทำให้เปอร์เซ็นต์แป้งลดลงอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะราย 2 เดือนแรก หลังการตัดต้นไป ต่อเมื่อเข้าเดือนที่ 3 มีใบมากพอแล้วจะสังเคราะห์แสงสร้างแป้งไปสะสมที่หัวได้อีกครั้งหนึ่ง

       5. ระยะเวลาหลังเก็บเกี่ยว หลังจากขุดหัวมันสำปะหลังแล้วควรรีบส่งโรงงานทันทีในระยะ 2 วันแรกหัวมันยังไม่เน่าเสียและเปอร์เซ็นต์แป้งในหัวยังไม่ลดลงแต่ถ้าปล่อยทิ้งไว่เกิน 4 วัน หัวมันสำปะหลังจะเน่าเสียมากและเปอร์เซ็นต์แป้งในหัวจะลดลง

       การเก็บรักษาต้นพันธุ์

      ส่วนที่ใช้ระยายพันธุ์ของมันสำปะหลังคือส่วนของลำต้น การเก็บรักษาต้นพันธุ์มีระยะเวลาจำกัดเนื่องจากความสมบูรณ์ ความแข็งแรง และความงอกจะลดลงตามลำดับ

       ปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาในการเก็บรักษาต้นพันธุ์มีดังนี้

       1) พันธุ์ ต้นพันธุ์มันสำปะหลังในแต่ละพันธุ์สามารถเก็บได้นานต่างกัน เช่น พันุ์ระยอง 90 เก็บไว้ไม่ได้เกิน 15 วันพันธุ์ระยอง 60 ระยอง 5 เกษศาสตร์ 50 เก็บไว้ได้นาน 30-45 วัน

       2) ส่วนของต้นพันธุ์ มันสำปะหลังบางพันธุ์ เช่น ระยง 90 มีการแตกกิ่ง ส่วนของกิ่งก็สามารถใช้ทำพันธุ์ได้แต่เก็บรักษาไว้ได้ไม่นานเท่าส่วนของลำต้น

       3) ฤดู ในฤดูฝนสภาพอากาศมีความชื้นสูง สามารถเก็บรักษาต้นพันธุ์ได้ยาวนานกว่าฤดูแล้ง

       4) สภาพการเก็บ ในฤดูฝน เก็บไว้ในกลางแจ้งหรือในที่ร่มมีผลไม่แตกต่างกันส่วนในฤดูแล้ง เก็บไว้ในที่ร่มจะเก็บไว้ได้นานกว่าเก็บในสภาพกลางแจ้ง

       5) วิธีการเก็บ ควนเก็บกองวางตั้งบนพื้นดินที่มีการสับพรวนดิน ให้ส่วนโคนของทุกๆต้นสัมผัสพื้นดินแล้วพรวนดินกลบรอบๆกอง ถ้าเป็นฤดูแล้งต้องมีการรดน้ำช่วยจะทำให้สามารถสามารถเก็บไว้นานขึ้น วิธีการเก็บรักษาต้นพันธุ์มันสำปะหลังไว้ทำพันธุ์ที่ดีที่สุด คือการทำแปลงขยายพันธุ์ไว้เฉพาะเมื่อเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังจะไม่เก็บเกี่ยวหมดทั้งแปลง แต่จะเหลือไว้ส่วนหนึ่ง (1:10) ซึ่งจะเก็บเกี่ยวหลังจากเอาต้นพันธุ์ไปปลูกแล้ว

      

 

 

 

Tags : การใส่ปุ๋ยมันสำปะหลัง

 
 หน้าแรก  บทความ  รวมรูปภาพ  เว็บบอร์ด  สินค้า  ติดต่อเรา ราคาปุ๋ยเคมีวันนี้
By ราคาปุ๋ยเคมี นาข้าว อ้อย ยางพารา วันนี้ ถึง 15/1/2557 ราคาแม่ปุ๋ยคลิ๊กดูที่นี่!!.  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view